เจนเนอรัล มอเตอร์ หรือ "จีเอ็ม" กลายเป็นค่ายผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2011 ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังทำยอดขายรถในสังกัดได้ถึง 9.025 ล้านคันทั่วโลกในปีที่ผ่านมา ตามมาด้วยอันดับ 2 คือ ค่ายโฟล์คสวาเกนที่ทำยอดขายได้ 8.015 ล้านคัน...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 20 ม.ค. ว่า เจนเนอรัล มอเตอร์ หรือ "จีเอ็ม" กลายเป็นค่ายผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกในปี 2011 เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี หลังทำยอดขายรถในสังกัดได้ถึง 9.025 ล้านคันทั่วโลก ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญในตลาดยานยนต์โลก หลังจากที่บริษัทต้องก้าวเข้าสู่ภาวะล้มละลาย และขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อปี ค.ศ. 2009
รายงานข่าวระบุว่า จีเอ็ม ยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ของสหรัฐฯ ซึ่งมีฐานอยู่ที่เรอเนสซองส์ เซ็นเตอร์ เมืองดีทรอยต์ ในมลรัฐมิชิแกน สามารถทำยอดขายรถแบรนด์ต่างๆในสังกัดได้สูงถึง 9.025 ล้านคันทั่วโลกในปี 2011 เพิ่มขึ้นจากปี 2010 ราวร้อยละ 7.6 ส่งผลให้จีเอ็มเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบัน ตามมาด้วยอันดับ 2 คือ ค่ายโฟล์คสวาเกน ที่ทำยอดขายได้ 8.015 ล้านคัน เพิ่มขึ้นจากปี 2010 ราวร้อยละ 14
แดเนียล เอเคอร์สัน ซีอีโอของจีเอ็ม
ขณะที่โตโยต้า มอเตอร์ ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากแดนปลาดิบ ที่เคยรั้งตำแหน่งผู้ผลิตรถรายใหญ่ที่สุดของโลก กลับทำได้แค่อันดับที่ 3 ในปีที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติแผ่นดินไหว-สึนามิที่ญี่ปุ่น รวมถึงเหตุน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประเทศไทย โดยยอดขายของโตโยต้าทั่วโลกในปี 2011 อยู่ที่ราว 7.9 ล้านคัน
อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมยานยนต์นานาชาติรายหนึ่งเผยว่า ตลาดรถทั่วโลกนับจากนี้ น่าจะมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด เนื่องจากโฟล์คสวาเกน ประกาศจะเพิ่มกำลังการผลิตรถออกสู่ตลาดให้ได้ปีละ 10 ล้านคันภายในช่วงสิ้นทศวรรษ ขณะที่โตโยต้าก็ตั้งเป้าผลิตรถให้ได้ 8.48 ล้านคันในปีนี้ และจะเพิ่มเป็นมากกว่า 9 ล้านคัน ในปี ค.ศ. 2013
|