สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ ครั้งที่แล้วคุณครูลิลลี่พูดถึงการทำบุญไหว้พระ ๙ วัด ที่แต่ละวัดก็จะมีความเชื่อแตกต่างกันไป โดยความแยบยลของชาวไทยก็อยู่ที่การนำเอาความหมายของชื่อวัดมาเป็นมงคลของชีวิต อย่างเช่น ๓ วัด ที่เล่าไปในครั้งก่อน ทั้งวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร หรือกัลยาณมิตร ที่เอาเรื่องของการมีมิตรที่ดี บริวารที่ดีมาเป็นสิริมงคล หรืออย่างวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร ที่มีความเชื่อตรงๆ ตามชื่อวัด คือ ชนะทุกอย่าง แม้จะไม่มีศึกสงคราม แต่ก็อนุโลมหมายถึงการชนะศัตรู ชนะอุปสรรคทั้งหลายทั้งปวงไปได้ สุดท้ายจากครั้งที่แล้วคือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์ อันนี้แปลตรงตัวว่า ความร่มเย็นเป็นสุขใจประดุจร่มโพธิ์ร่มไทรของชีวิต นั่นเอง เห็นไหมคะว่า แค่ ๓ จาก ๙ วัด เรายังเห็นได้ชัดว่าคนไทยช่างคิดช่างจินตนาการ นำความเชื่อมาสอดคล้องกับความหมาย และคำพ้องในภาษาไทยได้อย่างเหมาะเจาะ ว่าแล้วเราไปต่อกันอีก ๖ วัดเลยดีกว่า
วัดที่ ๔ วัดใหญ่ที่คนไทยทั้งประเทศไม่มีใครไม่รู้จัก วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว เกี่ยวกับวัดนี้ มีความเชื่อที่แตกต่างกัน ๒ แนวคิด คือ บ้างก็ว่า เอาชื่อวัดพระแก้วมาขยายความเป็น แก้วแหวนเงินทอง ไหว้วัดพระแก้วแล้วจะร่ำรวยสมบูรณ์พร้อมทั้งแก้วแหวนเงินทองนั่นเอง ส่วนอีกแนวคิดหนึ่งก็ว่า การได้ไหว้วัดพระแก้วจะทำให้จิตใจใสสะอาดดุจรัตนตรัย แก้วอันสะอาดบริสุทธิ์นั่นเองค่ะ

วัดที่ ๕ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ง่ายๆ ว่า วัดระฆัง คติเกี่ยวกับวัดนี้ก็เอาเสียงระฆังนี่แหละค่ะ มาเป็นคติที่เรายึดถือกันมา นั่นคือ การได้ไหว้วัดระฆังและได้เดินตีระฆังรอบวัดแล้ว จะทำให้เชื่อเสียงโด่งดัง มีคนรัก มีคนหลง มีคนนิยมชมชอบ ว่ากันว่าบรรดาศิลปินนักร้องนักแสดงนิยมมากราบสักการะทำบุญกันที่วัดนี้ โดยนอกจากการไหว้พระขอพรแล้ว ส่วนใหญ่ก็ไม่พลาดที่จะตีระฆังกันแรงๆดังๆ ให้ได้ยินกันไปไกลๆ เพื่อให้ชื่อเสียงขจรกระจายไกลเหมือนเสียงระฆังนี่แหละค่ะ
วัดที่ ๖ ขอพูดถึง วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ชื่อวัดนี้ถ้าแปลตามหลักภาษาไทย สุ แปลว่า ดี ทัศน์ แปลว่า การมอง สุทัศน์จึงหมายถึงการมองไปทางที่ดี เพราะฉะนั้นการได้ไหว้สักการะวัดนี้ก็ด้วยความเชื่อที่ว่า จะทำให้เราเป็นคนมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ตั้งมั่นและมองไกลไปในสิ่งที่ดี อันจะนำมาซึ่งเสน่ห์ที่เกิดขึ้นกับผู้คนที่พบเห็นทั่วไป สมัยที่คุณครูเริ่มต้นสวดมนต์ข้ามปีในช่วงแรก ๆ ก็นิยมมาที่วัดสุทัศน์นี่แหละค่ะ พวกเราจะมีความคิดว่า เมื่อให้เรามองไกล มองไปในทิศทางที่ดีตลอดปีใหม่ปีนั้น ๆ นั่นเองค่ะ

แล้วก็มาถึงวัดที่ ๗ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร บางคนเรียกสั้นๆ ว่า วัดอรุณ ซึ่งในอดีตผู้เฒ่าผู้แก่จะเรียกกันว่า วัดแจ้ง เอาล่ะค่ะ เป็นแฟนคอลัมน์ของครูลิลลี่มานาน ลองทายกันดูสิคะ ว่าจากชื่อวัดน่าจะมีคติความเชื่อเกี่ยวกับวัดนี้ว่าอย่างไร...ติ๊กต่อก ๆ ๆ ๆ... เฉลยค่ะ ถ้าเป็นชื่อเก่า วัดแจ้ง ก็หมายถึงการรู้แจ้งเห็นจริง แต่ถ้าเอาชื่อใหม่ วัดอรุณ ความหมายก็ใกล้เคียงกัน อรุณรุ่ง เริ่มต้นแสงแรกของแต่ละเช้า ก็เหมือนการเริ่มต้นด้วยความรุ่งโรจน์จากแสงทองของดวงอาทิตย์ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็น อรุณ หรือ แจ้ง ก็หมายถึงแสงทองแห่งความความรุ่งโรจน์ การรู้และเห็นในสิ่งที่ดีงามอันเป็นการเริ่มต้นที่ดีของชีวิตค่ะ
วัดที่ ๘ วัดบวรนิเวศวิหาร คุณครูลิลลี่ใบ้ง่าย ๆ เลยก็ได้ว่าถ้าอยากรู้ว่า วัดนี้ไหว้แล้วได้ความสบายใจและได้คติความเชื่อทางด้านไหน ก็ต้องหาคำแปลของคำว่า บวร ให้ได้ กุญแจสำคัญอยู่ที่ความหมายของคำๆ นี้นี่แหละค่ะ คำว่า บวร แปลว่า ดีงาม ประเสริฐ เพราะฉะนั้น การได้กราบสักการะก็เท่ากับทำให้ชีวิตพบเจอแต่สิ่งที่ดีงาม มีความสุขอันประเสริฐในชีวิต

ปิดท้ายกันที่วัดที่ ๙ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ที่มีภูเขาทองเป็นพระเอก วัดนี้เล่นเอาคุณครูลิลลี่เหนื่อยไปเหมือนกัน จำได้ว่าไปไหว้เป็นวัดสุดท้ายหลังจากตระเวนมา ๘ วัด พอมาถึงวัดนี้ต้องหอบสังขารขึ้นบันไดไปอีกไกลโข กว่าจะถึงที่หมายเล่นเอาเหนื่อยไปเลยค่ะ แต่ก็ต้องบอกว่าชื่นใจค่ะ สวยงามทั้งวัด ทั้งภูเขาทอง และยังเพลิดเพลินกับมุมมองของกรุงเทพฯที่สวยงามมากจริง ๆ แนวคิดที่เรา ๆ ท่าน ๆ เชื่อกันจากการไหว้พระวัดนี้ก็เชื่อว่า เป็นการเสริมสร้างความคิดอันเป็นสิริมงคล ถ้าให้คุณครูลิลลี่วิเคราะห์นะคะ คุณครูมองเป็น ๒ ประเด็นค่ะ ประเด็นแรก คำว่า สระเกศ ก็หมายถึงการ สระผม ชำระความสกปรกออกไป ก็มีแต่ความแจ่มใสแช่มชื่นเข้ามา ศีรษะสะอาด ความคิดก็เปิดโล่ง หรือ อีกประเด็นหนึ่งก็คงเป็นเรื่องของ ภูเขาทอง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสวยงาม ก็เหมือนกับการกราบไหว้ เพื่อให้ชีวิตนี้มีแต่ความงดงาม และเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตนั่นเอง
รวบรัดจัดมาให้ครบถ้วนทั้ง ๙ วัด พร้อมทั้งความคิดอันแยบยลที่แฝงอยู่ในลูกเล่นของภาษาไทย ก็หวังว่า จะเป็นการกระตุ้นให้ผู้อ่านได้ใช้เวลาในการเริ่มต้นปีใหม่ด้วยสิ่งดีดี อันเป็นสิริมงคล ถ้าไปไม่ได้ ๙ วัด ก็เลือกสัก ๔ วัด ๕ วัด จาก ๙ วัดก็ได้ หรือถ้าจะแสดงความรู้ความสามารถทางภาษาไทยก็ลองเลือกวัดอื่นนอกเหนือจาก ๙ วัด ที่คุณครูลิลลี่หยิบยกมาเล่าให้ฟังก็ได้นะคะ แล้วอย่าลืมเอาความรู้ภาษาไทยมาชี้แจงแถลงไขด้วยนะคะว่าวัดที่ไปไหว้มา ให้สิริมงคลและให้คติที่ดีในด้านใด คุณครูลิลลี่รอฟังความคิดดีๆจากคุณ ๆ นะคะ...สวัสดีปีใหม่ส่งท้ายเทศกาลแล้วค่ะ

คุณครูลิลลี่
twitter :: @krulilly
www.facebook.com/krulilly2
www.kru-lilly.com
instagram :: krulilly
|